คงไม่มีใครคาดหวังว่า ดิ๊วซ์ บิ๊กกะโล่...ไม่หล่อแต่เร้าใจ 2 (Deuce Bigalow: European Gigolo) จะเป็นหนังที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการภาพยนตร์ แต่อย่างน้อยภาคแรกก็มีมุกตลกที่ถูกจังหวะและเสน่ห์ของตัวละครที่รับได้ อย่างไรก็ตาม ภาคต่อที่ออกมาในปี 2005 กลับเป็นตัวอย่างของหนังตลกที่พยายามซ้ำรอยความสำเร็จเดิม แต่กลับทำได้แย่ลงทุกทาง
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก ดิ๊วซ์ บิ๊กกะโล่ (Rob Schneider) ใช้ชีวิตอย่างสงบในฐานะคนทำความสะอาดตู้ปลา จนกระทั่งเพื่อนซี้ที.เจ. (Eddie Griffin) ชวนเขาไปเที่ยวยุโรป และด้วยความบังเอิญ ดิ๊วซ์ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแมงดาระดับสูง ทำให้เขาได้เข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่มุ่งเป้าไปที่ชายโสเภณีชื่อดังในอัมสเตอร์ดัม ดิ๊วซ์ต้องปลอมตัวเป็นแมงดาชั้นสูงเพื่อสืบหาฆาตกร ขณะเดียวกันก็ต้องฝึกฝนวิชาแมงดาจากเหล่าชายโสเภณีที่เหลือรอด เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ 'แมงดาปลอม'
งานการแสดงและตัวละคร
Rob Schneider ยังคงเล่นในสไตล์เดิมที่เคยทำให้เขาดัง: ท่าทางเก้กัง เสียงสูง และสีหน้าเกินจริง แต่ในภาคนี้มันกลับดูฝืนและน่ารำคาญมากกว่าขำ Eddie Griffin ที่รับบทที.เจ. แทบไม่มีบทบาทอะไรนอกจากเป็นลูกคู่ที่คอยส่งมุกแซว ซึ่งก็ไม่ค่อยเวิร์กนัก ตัวละครใหม่ๆ อย่าง Gaspar Voorsboch (Jeroen Krabbé) และ Heinz Hummer (Til Schweiger) ถูกวางให้เป็นตัวร้าย แต่กลับมีมิติแบนราบจนน่าเบื่อ หนังพยายามเพิ่มความหลากหลายด้วยตัวละครชายโสเภณีประหลาดๆ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ภาพล้อเลียนชาติพันธุ์ที่ไร้รสนิยม
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
การกำกับของ Mike Bigelow (น้องชายของผู้กำกับ Kathryn Bigelow) ทำได้แค่ระดับ 'ผ่านไปได้' โดยใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบซิทคอมทั่วไป ไม่มีความโดดเด่นใดๆ ภาพถ่ายในอัมสเตอร์ดัมก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสถานที่จริงมากนัก ดนตรีประกอบเป็นเพลงแนวฟังก์และป๊อปยุค 2000 ที่ฟังแล้วลืมทันที โดยรวมแล้วงานด้านเทคนิคแทบไม่มีอะไรน่าจดจำ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ดิ๊วซ์ บิ๊กกะโล่...ไม่หล่อแต่เร้าใจ 2 เป็นตัวอย่างของหนังตลกที่อาศัยมุกหยาบคายและภาพล้อเลียนโดยไม่มีเนื้อเรื่องรองรับที่แข็งแรง หนังพยายามเสียดสีวงการโสเภณีชายและวัฒนธรรมยุโรป แต่กลับกลายเป็นการตอกย้ำอคติแบบเหมารวมที่ล้าสมัย มุกตลกส่วนใหญ่เกี่ยวกับเพศ เชื้อชาติ และความพิการ ซึ่งในปัจจุบันถือว่าไม่เหมาะสมและไม่ตลกอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังตลกไร้สมองในสไตล์ของ Rob Schneider หนังเรื่องนี้อาจยังพอให้หัวเราะได้บ้าง แต่ก็เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าอายไม่น้อย
สรุป
สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังตลกสบายๆ ที่ไม่ต้องใช้สมองมาก ดิ๊วซ์ บิ๊กกะโล่ 2 อาจไม่ใช่คำตอบ เพราะมุกตลกส่วนใหญ่ไม่สร้างเสียงหัวเราะ มีแต่ความน่าอึดอัด แนะนำให้ข้ามไปดูภาคแรกหรือหาหนังตลกเรื่องอื่นที่สนุกกว่า
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +แฟนพันธุ์แท้ของ Rob Schneider อาจชอบสไตล์การแสดงที่คุ้นเคย
- +มุกตลกบางมุกอาจถูกใจคนที่ชอบความหยาบคายแบบไม่คิดมาก
- +ความยาวเพียง 83 นาที ทำให้ไม่ทรมานนานเกินไป
👎 จุดด้อย
- −มุกตลกส่วนใหญ่ตกยุคและไม่เหมาะสม
- −เนื้อเรื่องไร้สาระและไม่น่าสนใจ
- −การแสดงของนักแสดงนำดูฝืนและน่ารำคาญ
- −เป็นหนังภาคต่อที่ไม่จำเป็นและด้อยกว่าภาคแรก
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่สนุกสำหรับคนส่วนใหญ่ มุกตลกหยาบคายและเนื้อเรื่องไร้สาระ ควรดูภาคแรกก็พอ
เรท R ในสหรัฐฯ (18+ ในไทย) เพราะมีเนื้อหาทางเพศ ภาษาหยาบคาย และความรุนแรงเบาๆ
รับบทเป็น Deuce Bigalow ชายหนุ่มที่กลายเป็นแมงดาโดยบังเอิญ และต้องสืบหาฆาตกรที่ฆ่าแมงดาชายในยุโรป