เมื่อนักแสดงคาสิโนที่ผันตัวเป็นสายลับตัดสินใจเป็นพยานปากสำคัญในการล้มมาเฟีย ผลที่ตามมาก็คือการกลายเป็นเป้าสังหารอันดับหนึ่งของเหล่ามือสังหารทุกรูปแบบ ดวลเดือด ล้างเลือดมาเฟีย (Smokin' Aces) หนังแอคชั่นอาชญากรรมปี 2006 ที่รวมนักฆ่าสุดประหลาดมาไว้ในโรงแรมแห่งเดียว เรียกได้ว่าเป็นหนังที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความสนุกแบบไม่หยุดพัก
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
บัดดี้ อิสราเอล (นักแสดงรับเชิญที่เราจะไม่เปิดเผยชื่อ) นักมายากลและนักแสดงคาสิโนในลาสเวกัส ตัดสินใจเป็นพยานให้กับ FBI เพื่อล้มองค์กรอาชญากรรมของพวกมาเฟีย ข่าวนี้ทำให้หัวหน้าแก๊งค์ประกาศค่าหัวมหาศาลให้กับใครก็ตามที่สามารถจัดการบัดดี้ได้ก่อนที่เขาจะขึ้นให้การในวันรุ่งขึ้น ผลคือกองทัพนักฆ่าระดับเทพ รวมถึงมือปืนสาว, สองพี่น้องมือสังหารผิวขาวหัวรุนแรง, และนักฆ่าจากหลากหลายฝ่าย ต่างพากันเดินทางไปยังโรงแรมพีค็อกที่บัดดี้พักอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ FBI ริชาร์ด เมสเนอร์ (Ryan Reynolds) และทีมต้องพยายามปกป้องเขาให้รอดชีวิตท่ามกลางการสังหารที่โกลาหล
งานการแสดงและตัวละคร
หนังมีนักแสดงมากหน้าหลายตา แต่ละคนก็สร้างสีสันให้กับตัวละครของตัวเอง Ryan Reynolds รับบทเป็นเมสเนอร์ เจ้าหน้าที่ FBI ที่ดูจริงจังแต่แฝงอารมณ์ขันเล็กๆ นี่อาจเป็นหนึ่งในบทดราม่าที่เข้มข้นที่สุดของเรย์โนลด์ส ก่อนที่เขาจะผันตัวมาเป็นพระเอกแอคชั่นคอมเมดี้เต็มตัว Alicia Keys เปิดตัวในวงการหนังด้วยบทจอร์เจีย ไซกส์ นักฆ่าสาวเยือกเย็นที่ใช้ปืนคู่ได้อย่างร้ายกาจ เธอทำได้ดีเกินคาด Chris Pine ในช่วงก่อนจะเป็นกัปตันเคิร์ก เล่นเป็นดาร์วิน เทรเมอร์ มือสังหารที่คลั่งศาสนาและมีปมในใจ ส่วน Ray Liotta และ Andy Garcia ก็เติมเต็มบทบาทเจ้าหน้าที่และสายสืบได้อย่างมีน้ำหนัก ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์และที่มาที่ไปชัดเจน แม้บางตัวจะได้เวลาจำกัด แต่ก็เพียงพอให้คนดูจำได้
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Joe Carnahan ผู้กำกับที่เคยฝากผลงานอย่าง Narc และ The A-Team นำเสนอสไตล์การเล่าเรื่องที่รวดเร็ว กระชับ และดุดัน หนังดำเนินเรื่องแบบไม่ยอมให้คนดูหายใจหายคอ โดยเฉพาะฉากแอคชั่นที่จัดเต็มทั้งการยิงต่อสู้แบบรัวระเบิดและฉากต่อสู้ประชิดตัว กล้องถ่ายทำเน้นความสมจริงและบางครั้งก็สั่นไหวตามสไตล์หนังแอคชั่นยุค 2000s ดนตรีประกอบโดย Clint Mansell (ผู้แต่งเพลง Requiem for a Dream) ช่วยเสริมบรรยากาศตื่นเต้นและกดดันได้ดี หนังมีการตัดต่อที่เฉียบคม โดยเฉพาะในช่วงไคลแมกซ์ที่ทุกอย่างปะทุขึ้นพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม บางช่วงอาจรู้สึกวุ่นวายและตามไม่ทันหากไม่ตั้งใจดู
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ดวลเดือด ล้างเลือดมาเฟีย ไม่ใช่หนังแอคชั่นธรรมดา แต่มันคือการรวมพลคนบ้าที่มาในรูปแบบของหนังฆาตกรต่อเนื่องหลายตัวละคร (ensemble hitman film) ที่มีการหักมุมและพลิกผันอยู่ตลอดเวลา หนังเล่นกับความคาดหวังของผู้ชมด้วยการตายของตัวละครสำคัญอย่างไม่คาดฝัน และมีการเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภารกิจของบัดดี้ กองบรรณาธิการมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของหนังที่เน้นความบันเทิงเหนือความสมจริง แต่ก็ยังแทรกประเด็นเกี่ยวกับการทรยศและผลกรรมไว้อย่างแนบเนียน จุดเด่นคือการสร้างตัวละครนักฆ่าที่มีสีสันและความบ้าคลั่งแตกต่างกันไป แต่จุดอ่อนคือตัวละครบางตัวก็ยังขาดการพัฒนา และบทของ FBI ที่บางครั้งดูไร้สาระไปนิด
สรุป
ดวลเดือด ล้างเลือดมาเฟีย คือหนังแอคชั่นที่สนุก บ้าคลั่ง และเต็มไปด้วยสีสันของตัวละครนักฆ่า แม้จะมีข้อเสียเรื่องความสมจริงและการพัฒนาตัวละครบางตัว แต่หากคุณกำลังมองหาหนังมันส์ๆ ที่ไม่ต้องคิดมาก ดูแล้วเพลินกับฉากยิงกระจายและการหักมุม นี่คือตัวเลือกที่คุ้มค่า
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ฉากแอคชั่นมันส์ ไม่มีพัก
- +นักแสดงensembleแต่ละคนมีเอกลักษณ์
- +การหักมุมและพลิกผันทำให้หนังน่าติดตาม
👎 จุดด้อย
- −พล็อตและตัวละครบางส่วนยังตื้นเขิน
- −หนังดำเนินเรื่องเร็วจนบางครั้งตามไม่ทัน
- −ความสมจริงต่ำ อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบหนังดราม่าหนักๆ
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไม่ใช่ หนังเป็นเรื่องแต่งทั้งหมด แม้จะมีกลิ่นอายของหนังมาเฟียและสายสืบ แต่ไม่มีพื้นฐานจากเหตุการณ์จริง
มีครับ ภาคต่อชื่อ Smokin' Aces 2: Assassins' Ball (2010) ซึ่งเป็นพรีเควล แต่ได้แค่ Tom Berenger และ Vinnie Jones กลับมา ส่วนนักแสดงหลักชุดเดิมไม่ได้เล่น
หนังมีเรท R ในสหรัฐฯ (18+ ในไทย) เพราะมีฉากความรุนแรงและเลือดเยอะ ภาษารุนแรง และมีการใช้ยาเสพติด จึงไม่เหมาะกับผู้ชมอายุต่ำกว่า 18 ปี